การตีกลอง

12 ขั้นตอน สู่การฝึกซ้อมดนตรีให้ดีขึ้น โดย Mat Marucci

ช่วงเวลาในเเต่ละชั่วโมงของการซ้อมกลองนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญในการพัฒนาฝีมือของตนเองอย่างมาก โชคร้ายที่คนส่วนใหญ่นั้นไม่ได้ฝึกซ้อมกันอย่างจริงจัง หรือฝึกไม่ถูกวิธี แก่นสารในการฝึกซ้อมที่ดีนั้น ควรฝึกให้ถูกต้องอย่างสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นไปดูกันเลยว่าหลักใหญ่ ๆ ของการซ้อมดนตรีที่ดีนั้นมีอะไรบ้าง

1. Perfection ทุก ๆ เทคนิคที่ฝึก ควรคำนึงถึงความถูกต้องสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เหล่านี้รวมไปถึงตำแหน่งของมือ การจับไม้กลอง การเคลื่อนไหวของข้อมือ หากฝึกผิดวิธี จะนำไปสู่การพัฒนาที่ไม่ถูกต้อง

2. Improvement การฝึกในแต่ละครั้งนั้นควรฝึกอะไรใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน ที่ท้าทายความสามารถ ของคุณ ได้แก่การฝึก rudiment หรือ เพลงใหม่ หรือแบบฝึกใหม่ ๆ รวมถึงสามารถเปลี่ยนแปลงความเร็วของแบบฝึกหัดเดิม ๆ ที่เคยฝึก อาจจะช้าลง หรือเร็วขึ้นกว่าที่เคยทำ กับความคิดนี้ตำราแบบฝึกหัดเดิม ๆ อาจสามารถนำมาเป็นทรัพยากรในการฝึกเพื่อพัฒนาความสามารถให้ดีขึ้นได้

3. Musicality จุดประสงค์ของการเล่นเครื่องดนตรีแต่ล่ะชิ้นนั้นคือการเล่น “ดนตรี” และสามารถเล่นร่วมกับเครื่องดนตรีชิ้นอื่นได้ การฝึก rudiment หรือเทคนิคใหม่ ๆ ควรคิดว่าจะนำไปประยุกต์ใช้ในการเล่นกับเพลงได้อย่างไร

4. Practice Time ระยะเวลาในการฝึกซ้อม ขึ้นอยู่กับตัวของแต่ล่ะบุคคลเช่น ผู้เริ่มต้นเรียนกลองอาจใช้เวลาฝึกซ้อม 30 นาที ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อวัน แต่หลังจากปีแรกผ่านไปก็ควรใช้เวลาฝึกซ้อมเพิ่มขึ้นถึงวันละ2 ชั่วโมง สำหรับผู้ที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยโดยเรียนในด้านดนตรีโดยตรง ก็อาจจะใช้เวลาฝึกซ้อมถึงวันละ 2 ถึง 4 ชั่วโมง และสุดท้าย ผู้ที่เล่นดนตรีอาชีพก็อาจจะใช้เวลาฝึกซ้อมนานถึงวันละ 8 ชั่วโมง เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อแต่ละคนมีความรับผิดชอบเรื่องงานอื่น ๆ เพิ่มขึ้น และทำให้มีเวลาในการฝึกซ้อมลดลงอย่างไรก็ตามเมื่อมีโอกาส ควรได้มีการฝึกซ้อมเป็นประจำทุกวัน ตลอดระยะเวลาของการเป็นนักดนตรีอาชีพ แต่เมื่อพูดถึงเรื่องของระยะเวลาในการฝึกซ้อมในการซ้อมดนตรีที่ยืดเยื้อเป็นเวลานานๆ ก็อาจเป็นเหตุให้เกิดอาการ Carpal Tunnel Syndrome ได้ การหลีกเลี่ยงปัญหานี้ทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำให้พัก 5 นาทีในระหว่างการซ้อมทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง คือซ้อม 25 นาที พัก 5 นาที ตลอดระยะเวลาของการฝึกซ้อมแต่ละครั้ง

12 ขั้นตอนในการซ้อมกลอง

1. ให้ระวังตำแหน่งในการจับไม้กลอง เพราะเป็นปัญหาส่วนใหญ่ของผู้ที่เล่นกลองทุกคนทั้งผู้ที่เริ่มเรียนจนถึงผู้ที่เล่นอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการจับไม้แบบใด Match grip หรือ Traditional ก็ควรจับให้ถูกวิธี เพราะว่าการจับไม้แบบผิด ๆ อาจทำให้การพัฒนาด้านทักษะมีข้อจำกัด ในทางกลับกันหากจับไม้ถูกวิธี ก็จะให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น เร็วขึ้น

2.ต้องใจจดใจจ่อมีสมาธิอยู่กับการเคลื่อนไหวของไม้กลองในขณะตีเพราะจะทำให้การเล่นของคุณนั้นลื่นไหลและทำให้การเล่น Stroke มีความคมชัดมากขึ้น

3.ระดับความสูงของไม้กลองในข้อนี้แตกต่างจากข้อสองเพราะว่าข้อนี้หมายถึงความสูงในขณะที่คุณยกไม้เพื่อที่จะตีกลอง และไม่ว่าจะเป็นมุม 90 หรือ 45 องศา หรือมุมระหว่างนั้น สำคัญมากที่หลังจากจังหวะตกนั้น ไม้กลองทั้ง 2 ข้างต้องกลับมาอยู่ในความสูงระดับเดียวกันและ การยกไม้กลองขึ้นในขณะที่จะตี มือทั้ง 2 ข้างควรยกขึ้นในความสูงที่เท่า ๆ กัน เพื่อให้การกระเด้งกลับของไม้กลองเท่ากัน ไม่ควรยกไม้สูงในขณะตีเพราะจะทำให้การเคลื่อนไหวของมือนั้นช้า การใส่ใจกับรายละเอียดเหล่านี้จะทำให้สามารถพัฒนาการเล่นให้ดีขึ้นได้

4. การตีกดลงบนหนังกลอง สามารถทำได้หากว่าได้เรียนรู้เทคนิคนี้แล้ว มีมือกลองจำนวนมากชอบตีหนัก ๆและมักจะตีกดลงบนหนังกลองแทนที่จะปล่อยให้ไม้กระเด้งกลับอย่างเป็นธรรมชาติ การที่ไม้เด้งกลับโดยไม่กดค้างบนหนังกลองจะทำให้ได้เสียงที่สะท้อนก้องกังวานคมและชัดเจนขึ้น และทุกครั้งที่ตีกลองให้คิดเสมอว่าเวลาตีอย่ากดไม้กลองค้างไว้บนหนังกลอง ควรจะปล่อยให้ไม้เด้งเป็นธรรมชาติ โดยครูบางท่านได้อธิบายการกระทำดังกล่าวว่า “ดึงเสียงออกจากกลอง” วิธีนี้จะทำให้ได้เสียงที่สมบูรณ์และได้ความเร็วในการตีเพิ่มขึ้น

5. การฝึกในเรื่องของ Rudiments มีความจำเป็นต้องหมั่นฝึกฝนอยู่เสมอ Rudiments นั้นเป็นเสมือนกับตัวอักษรที่สร้างคำศัพท์แต่ละคำขึ้นมา ซึ่งในที่นี้ก็หมายถึงการตีกลอง หากคุณฝึก Rudiment เพียงสัปดาห์ละ 1 แบบ คุณจะสามารถเรียนรู้ทั้งหมด 26 แบบได้ภายใน 6 เดือน

6. การฝึกซ้อมกับเครื่องตั้งจังหวะ (Metronome) ตรงกันข้ามกับบางความคิดเห็นที่ว่า การซ้อมกับเครื่องตั้งจังหวะ metronome จะทำให้การตีกลองแข็งกระด้าง ซึ่งไม่เป็นเช่นนั้น ความจริงการฝึกซ้อมกับ metronome จะทำให้จังหวะแม่นยำและมั่นคง ควรใช้ในการฝึกซ้อมที่ความเร็วแตกต่างกัน ไม่ว่าช้าหรือเร็ว

7. ฝึกซ้อมอยู่เสมอ ๆ ให้เป็นนิสัย เป็นที่ทราบกันว่าแต่ละคนต้องมีงานที่ต้องรับผิดชอบและมีเวลาว่างไม่มาก แต่อย่างน้อยควรได้มีการฝึกซ้อมวันละ 10 – 20 นาที สำหรับการฝึกหรือวอร์มอัพเป็นประจำ

8. ซ้อมในสิ่งที่แตกต่างกันใน 1 สัปดาห์ วิธีนี้เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่มีเวลาซ้อมไม่มาก โดยวันแรกอาจจะซ้อมหนักในเรื่องของข้อมือ วันถัดมาฝึกเรื่องของการแยกประสาท ถัดมาฝึกเรื่องการอ่านโน๊ต ถัดมาซ้อมเรื่อง Rudiments และให้แน่ใจว่าได้พยายามคิดหาลูกเล่นอะไรใหม่ ๆ ฝึกอยู่เสมอ ไม่ใช่เพียงแค่ซ้อมไปวัน ๆ ในเรื่องนี้ ครูผู้สอนบางท่านแนะนำให้ฝึกเล่นตอนท้ายของการฝึกในแต่ละครั้ง แต่โดยส่วนตัวผมเองคิดว่าน่าจะดีกว่าถ้าเราฝึกในต้นชั่วโมงเพราะจะช่วยในเรื่องของการ warm up และเป็นการเตรียมตัวในสิ่งที่เรากำลังจะซ้อมตามแผนที่วางไว้แล้ว ซึ่งในข้อนี้จะช่วยได้มากสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาในการซ้อมมากนัก

9.ควรจะใช้ไม้กลองคู่เดียวกับที่ใช้ในการซ้อมในการแสดงหรือออกทัวร์เล่นคอนเสิร์ตเพราะทำให้เรารู้น้ำหนักและควบคุมสำเนียงได้ดี แต่ก็จะเป็นการดีที่จะใช้เวลาสักเล็กน้อยในการฝึกซ้อมสำหรับลองใช้ไม้ที่มีน้ำหนักแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นไม้ที่หนักขึ้น หรือ เบาลง เพราะจะช่วยในเรื่องของกล้ามเนื่อ ข้อมือและความยืดหยุ่นของข้อมือได้อีกด้วย

10. ศึกษาการจับไม้กลองทั้ง 2 แบบ ทั้ง Traditional และ Match grip โดยปกติถ้าคุณจับไม้กลองแบบใดก็ควรฝึกจับอีกแบบด้วย เพราะแต่ละแบบมีข้อดีที่ต่างกัน คือ การจับแบบ Traditional จะช่วยในเรื่องของความแข็งแรงของนิ้วมือและความคล่องตัวของแขน ส่วน Match Grip จะช่วยในเรื่องของพลังในการตีและข้อมือ โดยทั้ง 2 แบบนั้นไม่มีแบบใดผิดหรือถูก ผู้เล่นควรเลือกเล่นในแบบที่ตนถนัดจะดีที่สุด

11. ทำในสิ่งที่ท้าทายตนเอง ฝึกซ้อมสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอไม่ว่าจะเป็น Rudiment ตำราใหม่ หรือจังหวะใหม่

12. พยายามทำให้สมบูรณ์แบบ ไม่มีเหตุผลถ้าจะเสียเวลาฝึกซ้อมอย่างหนักแบบผิด ๆ หรือทำในสิ่งที่ง่ายเกินไปเพราะจะทำให้ฝีมือคุณไม่ก้าวกระโดดและอาจหยุดชะงักลงได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>